เนื่องในวันสงกรานต์ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของไทยนี้ ผู้เขียนจะขอเล่าเรื่องราวดีๆที่เคยได้รับฟังจากพระเถระหลายท่านผู้ที่อยู่ในสมัยที่เริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นเพียงทุ่งนาฟ้าโล่ง ทุรกันดารมาก คณะผู้บุกเบิกการสร้างวัดมีคุณยายอาจารย์เป็นผู้นำ ได้ลงมือพัฒนาพื้นที่อันทุรกันดารนี้ทีละเล็กทีละน้อยจนกลายเป็นวัดพระธรรมกายอันใหญ่โตทุกวันนี้ ตามแนวทางที่คุณยายได้สั่งสอนไว้ โดยผู้เขียนจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับมามากมาย ประมวลสรุปลงให้ได้ใจความที่สั้นๆแต่ชัดเจน หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่ได้อ่านนะครับ
ในสมัยที่เริ่มสร้างวัดนั้น คณะผู้บุกเบิกทุกคนกว่าสิบชีวิตได้มาประชุมกัน และต่างก็นำเงินที่ตนมีมาร่วมกันเพื่อตั้งเป็นทุนในการวัด ซึ่งรวมเงินทั้งหมดจากทุกคนได้เพียงแค่ 3,200 กว่าบาทเท่านั้น!!
ความกังวลเกิดขึ้นแก่คณะผู้บุกเบิกทุกคน ในเวลานั้นหลวงพ่อทัตตชีโว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งทางสมณศักดิ์ว่า พระราชภาวนาจารย์) ซึ่งตอนนั้นยังไม่บวช ก็ได้ถามคุณยายว่า "ยาย เงินเพียงเท่านี้ จะพอสำหรับการสร้างวัดได้อย่างไร" คำถามนี้ตรงใจคณะผู้บุกเบิกทุกคนในที่นั้น ทุกคนต่างก็รอคำตอบจากคุณยายว่าท่านจะตอบอย่างไร
คุณยายได้ถามหลวงพ่อทัตตะกลับว่า "คุณว่าการที่จะสร้างคนดีขึ้นมาสักคนในโลกนี้ เงินสิบล้านบาทสามารถทำได้หรือไม่?"
"ถึงจะมีสิบล้าน ก็ยังไม่แน่เลยว่าจะทำให้คนเป็นคนดีได้เลยยาย" หลวงพ่อทัตตะตอบคุณยาย
"ถ้าอย่างนั้น ยายมีพวกคุณซึ่งเป็นคนดีอยู่ตั้งหลายสิบคน ก็เท่ากับว่ายายมีตั้งหลายสิบล้านอยู่แล้วตอนนี้" คุณยายสรุป
ในตอนนั้นยังไม่มีใครที่เข้าใจคำพูดนี้ของคุณยาย แต่ทุกคนก็เชื่อมั่นในคุณยาย และมีเป้าหมายเดียวกับคุณยายที่อยากจะสร้างวัดให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าเงินจะแทบไม่มี ก็ลงทุนเดินบอกบุญตามบ้านต่างๆ เจอคนที่ร่วมบุญด้วยบ้าง เฉยๆไม่สนใจบ้าง หรือกระทั่งเจอคนที่ไม่เห็นด้วยต่อว่ากลับมา ไล่ออกจากบ้านก็ยังมี แต่ก็ไม่มีใครเลิกล้มความตั้งใจ ค่อยๆบอกบุญ รวบรวมเงินที่ได้มาสร้างสิ่งปลูกสร้างในวัดทีละอย่างไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ศาลาการเปรียญ โรงครัว กุฏิพระ ฯลฯ ในระหว่างนั้น ก็พยายามปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นให้เกิดขึ้นในวัดไปด้วย ถึงแม้ว่าจะต้องลำบากลำบน พบเจออุปสรรคมากมายเท่าใด ทุกคนก็ยังอดทนมุ่งหน้าสร้างวัดต่อไป
สิ่งที่คุณยายทำตอนสร้างวัดในตอนนั้น ก็คือหมั่นอบรมสั่งสอนให้ทุกคนรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ ตั้งแต่ร่างกายเครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงสถานที่ต่างๆในวัด และความเป็นระเบียบ ตั้งแต่การจัดเรียงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนถึงระเบียบในการทำงาน ทำกิจวัตรประจำวัน เรื่องเหล่านี้ดูช่างเป็นเรื่องที่ใครๆต่างก็คิดว่าเล็กน้อย แต่ไม่ใช่สำหรับคุณยาย ท่านเน้นย้ำและฝึกฝนลูกศิษย์ทุกคนที่มาถึงวัดทุกคน ท่านได้เคยให้โอวาทไว้วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2524 ว่า...
"ยายเริ่มต้นจากไม่มีอะไร แต่ยายรักความสะอาด รักสะอาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยายรบจนกระทั่งที่นี่ (ศูนย์พุทธจักรฯ ภายหลังจึงเป็นวัดพระธรรมกาย) สะอาด ทำให้คนศรัทธาเลื่อมใส ทำให้ที่นี่เป็นหลักชัย เป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ ฉะนั้นอย่าทิ้งเรื่องความสะอาดที่ยายพยายามรบมานะ"
และก็เป็นเช่นนั้นความสะอาดเป็นระเบียบที่คุณยายสอน ได้สร้างความสะอาดเป็นระเบียบในจิตใจของลูกศิษย์วัดทุกคนไปด้วย ทำให้ทุกคนเป็นคนมีระเบียบวินัยในตนเอง และปฏิบัติตามกฏระเบียบที่คุณยายตั้งไว้ด้วยดีเสมอมา เมื่อได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดเป็นระเบียบ ได้ฝึกรักษาความสะอาดเป็นระเบียบเป็นประจำ ก็ส่งผลให้จิตใจถูกขัดเกลาไปทีละน้อย สามารถรองรับธรรมะข้ออื่นๆได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งเรื่องสมาธิภาวนาก็เช่นกัน นี่คือกุศโลบายในการสร้างคนดีของคุณยายอาจารย์ ที่ใช้ความสะอาดจากภายนอก สร้างความสะอาดบริสุทธิ์ในจิตใจไปตามลำดับ วัดพระธรรมกาย (ซึ่งในตอนนั้นคือศูนย์พุทธจักรฯ) จึงเป็นสถานที่แห่งคนดีมีศีลธรรมอย่างแท้จริง ที่ทำให้ใครก็ตามที่มาล้วนเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีของตน กลับตัวหันมาทำแต่บุญกุศล ตั้งอยู่ในศีลธรรม นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนเข้าวัดเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนสถานที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้คนที่มาวัดได้ นั่นทำให้คณะผู้บุกเบิกจำต้องขยับขยายเนื้อที่จากแต่เดิมมีเพียง 196 ไร่ มาเป็นเนื้อที่ 2,000 ไร่ เพื่อเพียงพอที่จะรองรับจำนวนคนที่มาร่วมพิธีทางพระพุทธศาสนาให้ได้สูงสุดถึงหนึ่งล้านคน เพื่อให้วัดพระธรรมกายเป็นสถานที่รวมชาวพุทธจากทั่วโลก เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาต่อไป
เมื่อวัดได้เติบโตขึ้นพร้อมกับจำนวนคนเข้าวัดที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีคนบางกลุ่มที่ต่อต้านวัดพระธรรมกายเกิดขึ้น บ้างก็เชื่อว่าวัดใหญ่โตขนาดนี้จะต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ บ้างก็อิจฉาริษยาวัดที่มีคนเข้ามากมาย บ้างก็หวังจะหาผลประโยชน์จากวัด ทำให้เกิดกระแสโจมตีว่าร้ายวัดพระธรรมกายต่างๆนานา โดยสำนักข่าวหลายฉบับต่างออกข่าวโจมตีวัดด้วยข้อกล่าวหาต่างๆนานา ซึ่งไม่ได้เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะคนในวัดทุกคนต่างตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีมาโดยตลอด
ในเวลานั้นสิ่งที่วัดทำเพื่อรับมือกับกระแสความไม่เข้าใจ กลับเป็นการไม่โต้ตอบว่าร้ายกลับ แต่เป็นการหันมายึดหลัก "ความสะอาดเป็นระเบียบ" และปฏิบัติตนตั้งอยู่ในศีลธรรมตามที่คุณยายสอน ชี้แจงความเป็นจริงแก้ไขข้อกล่าวหาที่โจมตีอย่างสุภาพ และทำกิจวัตรกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา มุ่งหน้าพัฒนาวัดต่อไป โดยไม่ย่อท้อต่อกระแสโจมตีจากผู้ไม่หวังดี
เมื่อเกิดกระแสการโจมตีวัดพระธรรมกาย ทำให้มีคนมากมายที่เข้ามาวัดเพื่อพิสูจน์ให้ทราบว่า วัดเป็นจริงดังที่สื่อโจมตีหรือไม่ เมื่อได้เห็นด้วยตาของตนว่าวัดไม่ได้เป็นดังที่ข่าวโจมตี ทำให้หันมาศรัทธาวัด ส่วนคนบางกลุ่มที่ต่อต้านมุ่งหวังจะทำลายวัด ก็พยายามจะหาเรื่องตรวจสอบวัดต่างๆนานา เพื่อหาความผิด แต่ก็ไม่พบ ถึงขนาดว่าเชิญหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายขึ้นศาลเพื่อไต่สวนความผิด แต่ก็ไม่อาจจะเอาผิดใดๆกับวัดได้เลย เพราะวัดไม่เคยได้ทำเรื่องที่ผิดต่อกฏหมายหรือพระธรรมวินัยเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้กระแสความไม่เข้าใจยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่นั่นก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดๆเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงวัดไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต้น้อย ดังคำพูดเปรียบเปรยว่า "มือไม่มีแผล ไม่กลัวยาพิษ" ฉะนั้น กล่าวได้ว่า ความสะอาดเป็นระเบียบที่คุณยายได้สั่งสอนไว้จะช่วยให้วัดผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างงดงาม และยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้ถึงทุกวันนี้
จากผลสำเร็จอันงดงามของวัดพระธรรมกาย ทำให้เราหายกังขาคำพูดของคุณยายที่ว่า "ยายมีพวกคุณซึ่งเป็นคนดีอยู่ตั้งหลายสิบคน ก็เท่ากับว่ายายมีตั้งหลายสิบล้านอยู่แล้วตอนนี้" คุณยายได้พิสูจน์ให้พวกเราได้เห็นว่าหากทีมงานเป็นคนดีมีศีลธรรมนั้น ก็สามารถทำงานที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จได้อย่างน่าอัศจรรย์ และเป็นปราการอันแข็งแกร่งที่ความชั่วร้ายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกิเลสในตน หรือภัยพาลก็ไม่อาจทำลายลงได้ หากคนวัดทุกคนได้ทำตามคำสอนของคุณยายอย่างเคร่งครัด จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านไปเป็นเวลา 40 กว่าปี ทุ่งนาที่ทุรกันดารนั้นก็ได้เปลี่ยนโฉมเป็นวัดพระธรรมกายอย่างที่เห็นในปัจจุบันด้วยความสะอาดความเป็นระเบียบที่คุณยายสอนไว้นั่นเอง
ทุกวันนี้วัดพระธรรมกายก็ยังคงทุ่มเททำงานเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป โดยยึดแนวทางที่คุณยายได้สั่งสอนไว้ พร้อมที่จะให้ผู้มีปัญญาเข้ามาพิสูจน์ด้วยตาตนเองว่าดีจริงหรือไม่
ขอจบเรื่องราวของคุณยายผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและปัญญา ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกายแต่เพียงเท่านี้.
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น